เมื่อทั้งโลกร้องเพลง Arirang

Share
เมื่อทั้งโลกร้องเพลง  Arirang

ฉันไม่ใช่แฟน K-pop...

ไม่ใช่ว่าไม่รู้จัก เรียกได้ว่ามีช่วงวัยรุ่นอยู่ในยุคไอด้อลเจน 2 กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย โลกทั้งโลกรู้จัก Wonders Girls และเต้นไปกับเพลง Sorry, Sorry

ในปี 2018 มีวงบอยกรุ๊ปวงหนึ่งขึ้นหน้าปกนิตยสาร TIME ที่กล่าวถึง “ผู้นำรุ่นใหม่” ของโลก ซึ่งก่อนหน้านั้น RM  หนึ่งในสมาชิก หรือ “ลีดเดอร์”ของวง ได้เป็นตัวแทนขึ้นพูดบนเวทีสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่นิวยอร์ค ฉันในตอนนั้นก็ได้แต่คิดว่าวงนี้จะแค่ไหนกันเชียว จะต่างจากบอยกรุ๊ปวงอื่นๆ ที่ทุกปีจะต้องมีซักวงที่ได้รับความนิยมอย่างไร

BTS "I'm Fine" ในรายการ The Tonight Show Starring Jimmy Fallon

มีอยู่วันหนึ่งไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ จู่ๆก็อยากดูรายการที่ BTS เดินสายออกรายการ จำได้ว่าช่วงปี 2018 เป็นปีที่สื่อเมนสตรีมทางฝั่งตะวันตกไม่ว่าจะเป็นอังกฤษและอเมริกาต่างก็อยากรู้จักว่าพวกเขาเป็นใคร  วงบอยกรุ๊ปจากประเทศเกาหลีใต้ที่ถล่มทุกชาร์ตเพลง และเปรียบพวกเขาไม่ต่างจาก The Beatles ในยุค  British Invasion ซึ่งการรู้จักพวกเขาครั้งแรกของฉันก็น่าจะเป็นรายการเลทไนท์ชื่อดังของ Jimmy Fallon ซึ่งนอกจากจะให้สัมภาษณ์แล้วพวกเขายังแสดงสดอีก 2 เพลง ฉันเลือกดู IDOL เพลงที่ดังที่สุดในตอนนั้นก่อน ก็ยอมรับว่ายังงงอยู่เพราะไม่คุ้นกับเพลงแนวนี้ จึงมาดูอีกเพลงหนึงคือ I'm Fine และถึงฉันจะยังไม่ค่อยเข้าใจแนวเพลงแนวนี้เหมือนเดิม แต่สิ่งที่น่าทึ่งคือ ฉันไม่เคยเห็นเพอร์ฟอร์มานซ์ไหนที่ศิลปินต้องทุ่มเทขนาดนี้ แม้ว่าจะเป็นพลงช้าแต่ก็มีความพยายามในการเล่าเรื่อง ฉันยังจำภาพ  V  ที่ค่อยๆดันตัวขึ้นมาเป็นสะพานโค้ง โดยมี  J-Hope และ Suga ดันหลังขึ้นมาเพื่อให้ V ได้ร้องเพลงในท่าสะพานโค้ง ทั้งท่าเต้นที่ซับซ้อนเกินกว่าจะเป็นท่าประกอบเพลงหม่นเศร้าเพลงหนึ่ง

และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางของฉันกับ BTS และ K-pop

ก่อนที่โลกจะรู้จักคำว่า K-pop เกาหลีใต้หลังสงครามในปี 1953 คือหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก เป็นประเทศเกษตรกรรมที่พึ่งพาความช่วยเหลือจากต่างชาติเป็นหลัก แต่ในช่วงทศวรรษ 1960 ถึง 1990 ได้เกิด “ปาฏิหาริย์แห่งแม่น้ำฮัน” (Miracle on the Han River) เกาหลีใต้ได้พลิกโฉมตัวเองเป็นมหาอำนาจอุตสาหกรรมด้านอิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ และการต่อเรือ โดยมีบรรษัทข้ามชาติที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลกอย่างเช่น ซัมซุง แอลจี และกลุ่มบริษัทฮุนได โดยมี GDP ที่เติบโตเฉลี่ยสูงถึง 9% ต่อปี กลายเป็นประเทศพัฒนาแล้ว

อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนที่ 8 Kim Dae-jung

แต่แล้วปี 1997 ก็มาถึง เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศลอยตัวค่าเงินบาท หลังจากที่ไม่มีทุนสำรองเพียงพอที่จะรักษาอัตราแลกเปลี่ยนคงที่กับสกุลเงินดอลลาร์ ซึ่งนั่นก็คือจุดที่ไฟลามจากไทยไปทั่วทั้งภูมิภาค วิกฤตต้มยำกุ้งกลายเป็นวิกฤติทางการเงินระดับเอเชียที่พัดทุกอย่างพังทลาย รัฐบาลเกาหลีต้องขอกู้เงินจาก IMF เป็นวงเงินมหาศาลกว่า 5.8 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการกู้ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ IMF ในตอนนั้น และสูงที่สุดในบรรดาประเทศแถบเอเชีย

จากประเทศแพ้สงคราม สู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว และกลับไปย่อยยับทางเศรษฐกิจอีกครั้ง บริษัทยักษ์ใหญ่ถูกปิดตัว ธนาคารล้มละลาย คนตกงานนับล้าน และภาพลักษณ์ของเกาหลีในสายตาโลกก็ตกต่ำลงอย่างรุนแรง แต่ในวิกฤตกาณ์นั้นประธานาธิบดี Kim Dae-jung ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งในปี 1998 เข้ามาบริหารประเทศและพยายามอย่างหนักในการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจในช่วง GDP หดตัวลงกว่า 5.5% ซึ่งเขามองเห็นว่าถ้าเกาหลียังแข่งด้วยโรงงานและอุตสาหกรรม เพียงอย่างเดียวคงไม่พอ "วัฒนธรรม" จึงถูกยกขึ้นมาเป็นนโยบายระดับชาติ และออก Hallyu Industry Support Development Plan ด้วยงบประมาณ 14 ล้านดอลลาร์ การลงทุนด้านวัฒนธรรมเกิดขึ้นในจังหวะที่ประเทศกำลังจมอยู่ที่ก้นหลุม โดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการลงทุนนี้จะงอกเงยได้มากน้อยหรือช้าเร็วแค่ไหน ฟังดูเป็นการตัดสินใจที่ทั้งกล้าหาญและสิ้นหวัง แต่แล้ววันหนึ่งมันได้ผล

K-pop สำหรับฉันคือ Everything Everywhere All At Once มันคือ Hip-Hop, R&B, Pop, EDM, Electronic, Trap, Drum & Bass, Reggaeton, Afrobeat และอีกร้อยแปดอย่างที่ผสมกันอยู่ในเพลงเดียว และบางครั้งในเวิร์สเดียว แต่ K-pop ไม่ใช่การผลิตซ้ำแนวเพลงใดแนวเพลงหนึ่งตามต้นฉบับ ไม่ใช่แม้กระทั่งการเอาเพลง Pop เมนสตรีมมาทำแล้วบอกว่าสิ่งนี้โดนตีความโดยคนเกาหลีจึงเรียกว่า K-pop หากแต่จำลอง ถอดย้าย และจัดวาง “เสียง” ของแนวเพลงต่างๆ เข้าไปในระบบดนตรี จนเกิดเป็นมาตรฐานใหม่ของแนวเพลงที่ประเทศเกาหลีใต้เสิร์ฟขึ้นโต๊ะ ด้วยความมุ่งหวังให้สไตล์แบบนี้สร้างความ  Pop ครองใจคนทั้งโลก

แล้วฉันก็เริ่มมีความสงสัยว่า K ใน  K-pop คืออะไร?

เพราะถ้าดูแค่แนวดนตรีที่ลิสท์ทั้งหมด ฐานของเพลง K-pop มาจากหลากหลายสไตล์ดนตรีไม่ว่าจะเป็น อเมริกา ยุโรป แคริปเบียน และแอฟริกา แล้ว  K อยู่ตรงไหนในสมการนี้ หรือเป็นไปได้ว่า K นั้นหมายถึงกระบวนการสร้างสรรค์เพลงที่ริเริ่มโดยคนเกาหลี แล้วอัตลักษณ์อื่นๆล่ะ นี่เป็นคำถามที่ฉันคิดหลังจากติดตามผลงานของ BTS อย่างจริงจัง ซึ่งแน่นอนว่า BTS ก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น และยังมีความพยายามที่จะใส่ร่องรอยอัตลักษณ์ K(orea) ใน K-pop อยู่ตลอด อย่างเพลง IDOL เพลงที่ทำให้โลกรู้จักพวกเขา ก็มีการใส่เสียงเครื่องดนตรีอย่าง Kkwaenggwari หรือฆ้องทองเหลือง Janggu หรือกลองดั้งเดิม รวมทั้งการเต้น  Pungmul Dance ที่เป็นการแสดงพื้นบ้านจากสังคมเกษตรกรรม แต่ก็ไม่มีครั้งไหนที่วัฒนธรรมเกาหลีถูกนำมาใช้อย่างชัดเจนที่สุดเท่าครั้งนี้กับอัลบัม Arirang 

BTS Comeback 2026

หลังจากสองปีที่ทุกคนในวงต้องไปรับใช้ชาติตามกฎหมายของประเทศเกาหลีใต้ ARMY ต่างนับวันรอการกลับมาอีกครั้งของพวกเขา และในเดือนมีนาคม 2026 พวกเขาก็กลับมากับอัลบั้มใหม่ Arirang  ที่ไม่ว่าจะเป็นงานวิช่วล ซาวด์ แฟชั่น รวมไปถึงการเล่ารื่อง ในทุกองค์ประกอบของอัลบั้มนี้ไม่ใช่เป็นเพียงการประกาศการกลับมาของพวกเขา แต่เป็นการพูดถึงอัตลักษณ์ความเป็นเกาหลีอย่างเข้มข้นที่สุด โดยเฉพาะเพลงเปิดอัลบั้ม Body to Body

Body to Body เริ่มต้นด้วยเสียงดรัมแมชชีนและเบสที่แน่นกระชับ ซาวด์สุดเท่ห์รับการแรพอันดุดันของแรพไลน์ ตัดความเข้มด้วยความสว่างของเสียงโวคอลไลน์ และเมื่อเพลงได้เดินทางไปที่เวิร์สที่สอง ในช่วงที่ Jin Jimin Jungkook และ V กำลังสอดเสียงประสาน เสียงคอรัสบางๆ ค่อยๆดังขึ้น และเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อใกล้ถึงท่อนบริดจ์  Arirang, Arirang, Arariyo...

ฉันร้องไห้....

ฉันนึกถึงตอนเด็กๆ เคยดูช่อง Arirang TV ช่องทีวีเกาหลีที่มี่แต่ข่าวและสารคดี เด็กที่ต้องการความตื่นตาตื่นใจก็รู้สึกว่าไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่นัก

ฉันนึกถึง Arirang เวอร์ชั่นที่ร้องโดย Frances Yip นักร้องระดับเอเชียที่เคยเป็นฑูตวัฒนธรรมของสายการบิน Cathay Pacific และเพลงนี้เป็นหนึ่งในเพลง 9 ภาษาที่แทน 9 จุดหมายปลายทางหลักของสายการบินนั้น

ฉันนึกถึง Old Boy และไตรภาคแห่งความแค้นของ Park Chan-Wook ผู้กำกับระดับตำนาน หนังของเขาทำให้ฉันสนใจภาพยนต์จากเกาหลีใต้เป็นครั้งแรก และยังคงเป็นหนังในดวงใจจนถึงทุกวันนี้ ซึ่ง BTS ก็ได้แสดงการคาระวะ Old Boy ภาพยนตร์สุดคัลท์ของเขาในมิวสิควิดีโอ 2.0 อีกเพลงหนึ่งในอัลบั้ม Arirangและ Park Chan-Wook เองยังไปปรากฎตัวในคลิปสั้นๆ โปรโมทเพลง Swim ซิงเกิ้ลหลักของอัลบั้มกับคอนเซปวิดิโอที่เหล่าบุคคลในสายอาชีพต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพระ ศิลปิน ดีไซน์เนอร์ ผู้กำกับ และนักกีฬามาเล่าถึงมุมมองและประสบการณ์ชีวิตอันหลากหลายที่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพวกเขาก็ยังคง  Keep Swimming

Francis Yip นักร้องระดับเอเชียชื่อดัง

เรียกได้ว่า Arirang ก็คือเพลงที่ยังอยู่ในความทรงจำของฉันและใครอีกหลายคนเมื่อนึกถึงประเทศเกาหลี แต่แท้จริงแล้วเพลงสี่บรรทัดบนเมโลดี้ที่แสนเรียบง่ายนี้กลับแฝงไปด้วยความหวังและความเจ็บปวด

ในปี 1910 ญี่ปุ่นผนวกเกาหลีเข้าเป็นอาณานิคมแต่สิ่งที่ตามมานั้นไม่ใช่แค่การเสียอธิปไตย แต่เป็นการพยายามลบเอกลักษณ์ความเป็นเกาหลีทิ้งไปอย่างเป็นระบบ ภาษาเกาหลีถูกห้ามในโรงเรียนและหน่วยงานราชการ ชาวเกาหลีถูกบังคับให้ใช้ชื่อญี่ปุ่น ทรัพยากรถูกขูดรีด แรงงานถูกเกณฑ์ไปรบ และผู้หญิงถูกบังคับให้เป็นทาสทางเพศให้กองทัพญี่ปุ่น

ในวันที่เพลงชาติเกาหลีถูกห้าม อัตลักษณ์ชาติถูกปิดปาก แต่มีอยู่เพลงหนึ่งที่ยังอยู่

Geumgang jeondo ภาพวาดโดย Jeong Seon

เพลงพื้นบ้านที่เนื้อหาพูดถึงการข้ามภูเขาอาริรังไปสู่ความหวังและบ้าน ท่อนหลักง่ายๆ ว่าใครที่ทิ้งฉันไป เดินไปได้ไม่ถึงสิบลี้ก็จะเจ็บเท้า เป็นเพลงที่สอดแทรกถึงภราดรภาพและ Han ซึ่งเป็นแนวคิดเฉพาะของชาวเกาหลีที่ไม่มีคำแปลในภาษาอื่น มันคือความโศกเศร้าอันหนักอึ้งจากความทุกข์ ความอยุติธรรม และการถูกกดขี่ เป็นความเจ็บปวดฝังอยู่ในจิตวิญญาณของคนที่ต้องยอมจำนนต่อชะตากรรมอันขมขื่น และการรอคอยอย่างแน่วแน่ว่าสักวันความยุติธรรมจะมาถึง

นักเคลื่อนไหวเพื่อเอกราชชาวเกาหลีร้อง Arirang ในคุก ร้อง Arirang ในลานประหาร และ Arirang ถูกร้องในขบวนเรียกร้องเอกราชเกาหลีต่อต้านอาณานิคมญี่ปุ่นในปี 1919

The March 1st Movement

และในปี 2026 สิ่งที่เกินจะคาดคิดก็ได้เกิดขึ้นเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ญี่ปุ่นคือประเทศแรกของ BTS World Tour “Arirang” ถัดจากเกาหลีใต้ ผู้ชมกว่า 110,000 คนที่ Tokyo Dome ในประเทศญี่ปุ่นต่างร่วมเปล่งเสียงร้องเพลง Arirang ที่เป็นท่อนหนึ่งในเพลง Body to Body และในทุกคอนเสิร์ตในทุกประเทศที่ BTS ไปถึง ผู้คนก็ต่างร่วมร้องเพลง Arirang เพลงพื้นบ้านอายุเกือบ 600 ปีที่เกาะเกี่ยวจิตวิญญาณของคนเกาหลีได้ถูกร้องอย่างกึกก้องจากคนทั่วโลก

BTS (방탄소년단) “Body To Body” Live Full Performance | WORLD TOUR 'ARIRANG' IN TOKYO

มีเพียงไม่กี่ครั้งในประวัติศาสตร์ที่ศิลปินจะทรงอิทธิพลจนสามารถสร้างปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมระดับโลกได้ เช่นในปี 1967 ท่ามกลางสงครามเวียดนามที่กำลังร้อนระอุ The Beatles ร้องเพลง All You Need Is Love ในการถ่ายทอดสดผ่านดาวเทียมครั้งแรกของโลกไปยัง 25 ประเทศจากสตูดิโอ EMI ที่ลอนดอน เพื่อยืนยันว่าท่ามกลางความโหดร้ายของสงคราม ความรักและความหวังยังคงเป็นคำตอบ และอีกสามทศวรรษถัดมา Michael Jackson ปล่อยพลง Black or White ในปี 1991 กับมิวสิควิดีโอที่โอบรับความหลากหลายของผู้คนหลากเชื้อชาติ ความเท่าเทียม และการเป็นพลเมืองโลก กับยอดวิวในวันพรีเมียร์กว่า 500 ล้านวิว ในยุคที่ยังไม่มี Youtube หรือสื่อออนไลน์ และตอนนี้ในปี 2026 อัลบั้ม Arirang ของ BTS การเคลมความเป็นชาติผ่าน Pop Culture  

Arirang ได้ถูกร้องอีกครั้งแต่ไม่ได้มาจากความเจ็บปวด หากแต่มาจากความภาคภูมิใจ และการโอบรับอัตลักษณ์ของคนเกาหลีจากคนทั้งโลกที่ครั้งหนึ่งเคยถูกปฏิเสธการมีตัวตน การร่วมทุกข์ได้ถูกแปรเปลี่ยนเป็นการร่วมสุข เมื่อเพลงถูกแทรกในเนื้อหาที่ชวนทุกคนมาสนุกไปด้วยกันไม่มีอะไรจะมาขวางกั้นอย่าง Body to Body เพลงที่ครั้งหนึ่งได้ถูกร้องในวันที่พ่ายแพ้ BTS ได้เปลี่ยนเพลงนี้ให้กลายเป็นเพลงแห่งชัยชนะทางวัฒธรรม

K ใน K-pop คืออะไร? วันนี้ BTS ได้ตอบคำถามนั้นของฉันแล้ว